ซื้อ หรือ เช่า Email Hosting (อีเมล์โฮสติ้ง) ที่บริษัทไหนดี ?

มันเป็นแค่ความฝัน หรือ เปล่า ที่จะหาบริษัทที่ให้บริการ Email Hosting ได้ ?
ธุรกิจปัจจุบันล้วนใช้ Email ในการติดต่อ แทบจะ Real-Time ลองจากการติดต่อทางโทรศัพท์ด้วยซ้ำ แล้วคนอย่างเราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะซื้อ Email Hosting ที่ไหนดี เพราะขนาะเครือข่ายโทรศัพท์ยังมีล่ม, โทรไม่ค่อยออก รับไม่ค่อยได้ แถมผู้ให้บริการยังเป็นบริษัทใหญ่ข้ามชาติ มีเงินทุนมหาศาล

แล้ว Email Hosting ละ จะหาบริษัทไหนมาใช้งานดี ?
คำตอบ คือ มันไม่ง่ายเลย ที่จะหาบริษัทที่ให้บริการ Email Hosting ที่ดีหรือใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วหากเราเป็น User ธรรมดา หรือ พนักงาน IT แล้วคุณกำลังถูกให้เจ้านายหาผู้ให้บริการ Email Hosting แล้วก็ ถือ ว่างานเข้าเลยก็ได้ ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือก ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่เป็นคำที่เรียบง่ายและเข้าใจง่ายที่สุด

Email Hosting ที่ดีต้องมีคุณลักษณะดังนี้

1.เรื่องธรรมดาง่ายๆ เลย คือ มันต้องไม่ล่ม หรือ แปล อีกอย่างคือ มันสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
คำโฆษณาของบริษัทหลายๆบริษัท มักจะเขียนว่า Uptime 99.99 % คือ ทั้งปีเนี่ยมันจะล่มแค่ 0.01% ในรอบปี อย่าว่าแต่คนที่มีความรู้ IT เลย คนธรรมดาก็ไม่มีทางเชื่อ เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ

เพราะค่าเฉลี่ยจาก 365 วัน แล้วบอกว่ามีอัตราการ Downtime ที่
99.99% uptime = 53 นาที downtime / ปี
แปลว่าทั้งปีห้ามล่มเกิน 53 นาที

อ้างอิงข้อมูลเฉลี่ยรายปีด้านล่าง
99.999% uptime = 5 นาที downtime / ปี
99.99% uptime = 53 นาที downtime / ปี
99.9% uptime = 8 ชั่วโมง 45 minutes downtime / ปี
99% uptime = 3.65 วัน downtime / ปี

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงก่อนใช้งานจริง ว่า Email Hosting มันจะไม่ล่มจริงๆ บอกได้เลยครับ ว่าไม่มีทาง ดังนั้นข้อแนะนำที่แนะนำได้ดีที่สุด ควรเลือกซื้อกับบริษัทที่ให้บริการ Email Hosting กับบริษัทใหญ่ๆ หรือ มีชื่อเสียง เพราะ ถ้ามันล่ม บริษัทที่ให้ Email Hosting คงไม่ปล่อยไว้ให้ลูกค้ารายใหญ่ของเค้ามีปัญหาแน่ๆ เพราะมันจะกระทบต่อธุรกิจของเค้า

2.Email Delay หรือ รับส่ง ล่าช้า

หากคุณยังเป็นมือใหม่ในด้านนี้ หรือ ยังไม่เคยใช้ Email Hosting มาก่อน คุณคงไม่เคยรู้ว่าปัญหาระดับชาติของคนใช้ Email Hosting ส่วนใหญ่ คือ มันมีปัญหา Delay เช่น คุณจะส่ง Email ไปให้ลูกค้า กว่าลูกค้าจะได้รับเป็นพรุ่งนี้เช้า (ช้ากว่า EMS เสียอีก) ในทางกลับกัน บางทีลูกค้า Email ส่งหาเรา กว่าเราจะได้รับ รอเป็นชั่วโมง

วิธีเลือกดูง่ายๆ เลยว่า หากผู้ให้บริการรายใด ขาย Email Hosting หรือ Share Email ที่ถูกแถมมากับ Web Hosting ที่มีราคาปีละไม่กี่ร้อย (ซึ่งดูแล้วอาจไม่สมเหตุสมผล) ร้อยละ 90% ผู้เขียนมั่นใจว่า คุณต้องเจอกับปัญหานี้อย่างแน่นอน

เพราะเราต้องยอมรับว่า Email ที่คุณใช้อยู่ มันอยู่ใน Share Hosting ซึ่งมีผู้ใช้งานร่วมกับคุณเป็น พันๆ หรือ หมื่นๆ อีเมล์ใน Server นั้น เมื่อคุณจะรับส่งอีเมล์ คุณก็ต้องไปเข้าคิว รอ รับส่ง จาก พันๆ หมื่นๆเมล์นั้น

3.ปัญหา Junk Mail หรือ อีเมล์โฆษณาเยอะ

หากปัจจุบันคุณใช้ Free Email เช่น Hotmail, Gmail เป็นต้น คุณอาจจะไม่ค่อยพบกับปัญหาเหล่านี้ เพราะผู้ให้บริการเหล่านี้ใช้เทคโนโลยีและอัลกอริทึม, ทีมงาน จำนวนมาก ในการป้องกัน Spam mail โฆษณา แต่สำหรับ Email Hosting ที่ใช้ในบริษัท ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราต้องยอมรับว่า ไม่ว่าจะดีอย่างไร ก็ไม่เทียบเท่า Hotmail กับ Gmail ได้เลย

เคล็ดลับในการเลือกซื้อ คือ ต้องมั่นใจว่าผู้ให้บริการเหล่านั้นให้คำตอบ หรือ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยวิธีการใดบ้าง ใช้ Software หรือ Antivirus Update แค่ไหน เพราะไม่อย่างนั้น Email คุณคงเต็มไปด้วยอีเมล์ที่ไม่อยากอ่าน แล้ว User ก็จะเลิกใช้มันในที่สุด

3.เสถียรและนิ่ง

ความหมายของคำว่าเสถียร จริงๆ แล้ว ทุกคนต่างทราบดีว่า แปลว่า ระบบ ต้องใช้งานได้อย่างราบรื่น และ ไม่มีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งตลอดเวลา แล้วในความเป็นจริงคุณคิดว่าจะเป็นไปได้หรือ

คำตอบ คือ ไม่ใช่ แต่คุณต้องตั้งคำถามว่า บริษัทไหนให้บริการเสถียรที่สุด มากกว่า ยกตัวอย่าง ผู้อ่านคงเคยเห็นตู้ ATM มากมาย และ หลายครั้ง เราจะไปกดเงิน มันดันเขียนว่า "งดให้บริการชั่วคราว"

ทั้งที่การตั้งตู้ ATM 1 เครื่อง ใน แต่ละสถานที่ ใช้เงินจำนวนมหาศาล ทั้งเงินในตู้, ค่าเครื่อง,ค่าเช่าที่วางเครื่อง,ค่าไฟ และเงินในตู้อีกไม่รู้กี่ล้านบาท มันยังไม่เสถียร ทั้งๆที่ ธนาคารคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้หรอก วิธีในการเลือกซื้อ คุณอาจจะลองไปอ่าน Review หรือ คนที่เคยใช้งานว่าเค้าได้กล่าวถึงแต่ละบริษัทอย่างไรซึ่งมันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุด

4.Load ได้รวดเร็ว

เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณอยากใช้ Email อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น Web Mail, Outlook และ การเช็คอีเมล์อื่นๆ การที่คุณเลือกใช้ Email Hosting ที่มีความรวดเร็วนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญเลยทีเดียว

5.รองรับการใช้งานบนทุกๆ อุปกรณ์สื่อสาร

การที่ระบบ Email Hosting ของคุณนั้นจะสามารถใช้งานบนมือถือได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หลายๆบริษัท แทบปรับตัวไม่ทัน เพราะผู้ให้บริการ Email Hosting ก็ปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาการใช้งาน เช่น เช็คอีเมล์จากมือถือเห็นข้อมูลอีกอย่าง เช็คอีเมล์จากคอมเห็นอีกอย่าง คือ ข้อมูลไม่ตรงกัน

คุณต้องเลือกผู้ให้บริการที่รองรับการใช้งานแบบ IMAP ที่มีประสิทธิภาพจริงๆ แล้วปัญหาเรื่องข้อมูลทีไม่เหมือนกันนั้นจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน